ปวดข้อสะโพก ข้อสะโพกเสื่อม…ใช่แค่แก่หรือโรคร้าย?

“หมอคะ ช่วงนี้เดินแล้วสะโพกข้างซ้ายมันปวด ๆ แปลบ ๆ ร้าวลงไปถึงต้นขาเลยค่ะ เวลานั่งนาน ๆ จะลุกขึ้นก็เจ็บจนต้องค่อย ๆ พยุง บางทียังเดินกะเผลกจนลูกหลานทัก” — คำบอกเล่าของคุณสมพร อายุ 62 ปี ที่มาหาหมอด้วยอาการปวดข้อสะโพก

หลายคนอาจคิดว่า ปวดสะโพกก็เพราะ “แก่แล้ว” แต่จริง ๆ แล้วนี่อาจเป็นสัญญาณของ “ข้อสะโพกเสื่อม” ซึ่งหากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจทำให้การใช้ชีวิตประจำวันลำบากขึ้นเรื่อย ๆ

ข้อสะโพกเสื่อมคืออะไร?

ข้อสะโพกเสื่อม คือภาวะที่ “กระดูกอ่อน” ซึ่งทำหน้าที่เหมือนเบาะนุ่ม ๆ รองระหว่างหัวกระดูกต้นขาและเบ้าสะโพก ค่อย ๆ สึกหรอและบางลง เมื่อกระดูกอ่อนเสียหายจนไม่สามารถกันแรงกระแทกได้ กระดูกจะเสียดสีกันโดยตรง เกิดการอักเสบ ปวด และเคลื่อนไหวติดขัด

ลองนึกภาพฟองน้ำใหม่ ๆ ที่นุ่มเด้ง แต่เมื่อใช้ไปนาน ๆ ฟองน้ำจะบาง แข็ง และแตก ไม่สามารถรองรับแรงได้อีก นี่แหละคือภาพจำลองของข้อสะโพกเสื่อม

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

  • อายุที่มากขึ้น พบได้บ่อยในคนอายุ 50 ปีขึ้นไป

  • การใช้งานข้อสะโพกหนัก เช่น ยกของหนัก นั่งยอง ๆ หรือวิ่งระยะไกล

  • น้ำหนักตัวมาก ทำให้ข้อสะโพกรับแรงกดมากเกิน

  • เคยบาดเจ็บหรือผ่าตัดสะโพกมาก่อน

  • โรคบางชนิด เช่น กระดูกพรุน ข้ออักเสบเรื้อรัง หรือโรคที่ทำให้กระดูกผิดรูป

อาการที่พบบ่อย

  • ปวดสะโพก โดยเฉพาะเวลาลุกขึ้น เดิน นั่งนาน หรือก้าวขึ้นบันได

  • ปวดร้าวลงขาหนีบ ต้นขา หรือแม้แต่เข่า ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นโรคเข่า

  • ข้อติด ฝืด ขยับได้น้อยลง ต้องค่อย ๆ ก้าวสั้น ๆ

  • เดินกะเผลก หรือรู้สึกขาสองข้างยาวไม่เท่ากัน

  • มีเสียงดังกรอบแกรบในข้อเวลาขยับ

เราจะตรวจวินิจฉัยได้อย่างไร?

  1. การซักประวัติและตรวจร่างกาย — หมอจะลองขยับสะโพกเพื่อดูว่ามีข้อจำกัดหรือปวดตรงไหน

  2. การเอกซเรย์ (X-ray) — ช่วยดูว่าช่องว่างข้อแคบลงหรือไม่ มีกระดูกงอกหรือไม่

  3. การตรวจ MRI — ในกรณีที่สงสัยโรคอื่น เช่น เส้นเอ็นหรือกระดูกอ่อนเสียหาย แต่ไม่ใช้เป็นประจำทุกคน

  4. การตรวจเลือด — ไม่ได้บอกตรง ๆ ว่าเป็นข้อสะโพกเสื่อม แต่ใช้ช่วยแยกโรคอื่น ๆ เช่น ข้ออักเสบจากภูมิแพ้

แนวทางการรักษา

การรักษาจะเลือกตามความรุนแรงของอาการและความจำเป็นของแต่ละคน

  • พักและปรับพฤติกรรม: เลี่ยงการนั่งยอง ๆ นั่งพื้นนาน ๆ หรือยกของหนัก

  • การใช้ยา: เช่น ยาแก้ปวดทั่วไป หรือยาแก้อักเสบในกรณีปวดมาก

  • กายภาพบำบัด: บริหารกล้ามเนื้อรอบสะโพกและต้นขาให้แข็งแรง จะช่วยพยุงข้อได้ดีขึ้น

  • ฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุด: โดยใช้เครื่อง ultrasound ช่วยระบุตำแหน่งเพื่อให้แม่นยำ

  • ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม: สำหรับผู้ที่ข้อสะโพกเสื่อมรุนแรง เดินไม่ได้ หรือเจ็บมากจนรบกวนชีวิตประจำวัน

พยากรณ์โรค

ข้อสะโพกเสื่อมไม่ใช่โรคที่ “หายขาดเอง” ได้ แต่สามารถควบคุมไม่ให้แย่ลงเร็วเกินไป หากดูแลถูกวิธี ผู้ป่วยจำนวนมากยังสามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ

กรณีที่ต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม ปัจจุบันผลการผ่าตัดถือว่าดีมาก ข้อเทียมใช้งานได้ยาวนาน 15–20 ปี และคุณภาพชีวิตผู้ป่วยดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ภาวะแทรกซ้อนที่ควรระวัง

  • เดินกะเผลกเรื้อรัง ทำให้ปวดหลังและเข่าตามมา

  • กล้ามเนื้อต้นขาและสะโพกอ่อนแรง จากการไม่ค่อยได้ขยับ

  • กระดูกเปลี่ยนรูปจนขาสองข้างยาวไม่เท่ากัน

  • ในรายที่เสื่อมมาก อาจทำให้ทำกิจวัตรประจำวันเองไม่ได้

วิธีดูแลและป้องกันเบื้องต้น

  • ควบคุมน้ำหนัก ไม่ให้น้ำหนักตัวมากเกินไป

  • ออกกำลังกายเบา ๆ ที่ไม่ลงแรงสะโพกมาก เช่น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน

  • เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบสะโพก เช่น ท่านอนหงายยกขา ท่ากางขาเบา ๆ

  • หลีกเลี่ยงการนั่งยอง ๆ หรือนั่งกับพื้นนาน

  • เลือกรองเท้าที่พื้นนุ่ม และมีแรงซัพพอร์ตที่ดี

หมอสรุปว่า…

ปวดข้อสะโพก ไม่ได้เป็นแค่สัญญาณของ “ความแก่” เสมอไป แต่เป็นโรคข้อสะโพกเสื่อมที่สามารถตรวจพบและรักษาได้ หากเจ็บสะโพกเรื้อรัง ปวดร้าวลงขา หรือเดินกะเผลก ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจให้แน่ใจและรักษาแต่เนิ่น ๆ เพราะยิ่งเริ่มดูแลเร็ว โอกาสใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติก็ยิ่งมากขึ้น

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng

#ปวดสะโพก #ข้อสะโพกเสื่อม #ปวดข้อ #กระดูกและข้อ #หมอเก่ง #สุขภาพผู้สูงอายุ #ข้อเสื่อม