กระดูกข้อมือหัก…ล้มแค่ครั้งเดียว อันตรายกว่าที่คิด

“หมอคะ เมื่อเช้าหนูล้มในบ้าน มือขวายันพื้นเต็มแรง ตอนแรกคิดว่าแค่เคล็ด แต่พอบ่ายเริ่มบวมปูด เจ็บจนหยิบจับอะไรไม่ได้เลยค่ะ” — คำบอกเล่าของคุณสุรีย์ อายุ 55 ปี ที่รีบมาหาหมอด้วยอาการข้อมือบวมและปวดรุนแรง

หลายคนอาจเคยมีประสบการณ์ล้มแล้วเอามือยันพื้น แต่ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วนี่อาจเป็น “กระดูกข้อมือหัก” ซึ่งตำแหน่งที่พบบ่อยที่สุดคือ “ปลายกระดูกแขนด้านรัศมี” หรือที่เรียกว่า distal radius fracture หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี อาจทำให้ข้อมือผิดรูปหรือใช้งานไม่ได้ดีเหมือนเดิม

กระดูกข้อมือหักคืออะไร?

กระดูกข้อมือหัก คือการที่กระดูกบริเวณปลายแขนด้านนิ้วหัวแม่มือ (กระดูก radius) แตกหรือร้าว โดยมากเกิดจากแรงกระแทกเวลาล้มแล้วเอามือยันพื้นเพื่อป้องกันตัว ทำให้แรงส่งผ่านลงมากระแทกที่ปลายกระดูกโดยตรง

ลองนึกภาพไม้ดินสอที่ถูกกดปลายด้านหนึ่งอย่างแรง จนเกิดรอยร้าวหรือหักออกจากกัน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับปลายกระดูกเมื่อเราล้มแล้วมือยัน

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

  • หกล้มแล้วเอามือยันพื้น (พบบ่อยที่สุด)

  • อุบัติเหตุจากการเล่นกีฬา เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล ปั่นจักรยาน

  • อุบัติเหตุจราจร เช่น ล้มมอเตอร์ไซค์

  • กระดูกพรุนในผู้สูงอายุ ทำให้กระดูกเปราะ หักง่ายแม้ล้มเบา ๆ

อาการที่พบบ่อย

  • ปวดทันทีหลังล้ม โดยเฉพาะเวลาขยับหรือจับของ

  • ข้อมือบวมปูด บางครั้งมีรอยช้ำ

  • ข้อมือผิดรูป เหมือนงอหรือบิด

  • ขยับหรือหมุนมือไม่ได้

  • บางรายมีอาการชาร่วมด้วย ถ้าเส้นประสาทถูกกดทับ

การตรวจวินิจฉัย

  1. ตรวจร่างกาย — หมอจะดูการบวม การผิดรูป และตำแหน่งที่กดเจ็บ

  2. เอกซเรย์ (X-ray) — เป็นการตรวจหลัก ใช้ยืนยันว่ากระดูกหักจริงหรือไม่ และหักแบบไหน

  3. CT scan หรือ MRI — ใช้ในรายที่ซับซ้อน เช่น กระดูกแตกหลายชิ้น หรือสงสัยเส้นเอ็น/กระดูกอ่อนบาดเจ็บร่วม

แนวทางการรักษา

ขึ้นอยู่กับความรุนแรง ตำแหน่งการหัก และการเคลื่อนของกระดูก

  • พักและประคบเย็น — สำหรับอาการเริ่มต้นหลังล้มใหม่ ๆ

  • เข้าเฝือกหรือใส่เฝือกดาม (cast/splint) — ใช้ในรายที่กระดูกหักแต่ไม่เคลื่อนมาก เพื่อให้กระดูกติดกลับเข้าที่

  • การดึงกระดูกเข้าที่ (reduction) — ถ้ากระดูกเคลื่อนออกจากแนวปกติ หมอจะจัดเข้าที่ก่อนใส่เฝือก

  • การผ่าตัด — ในรายที่กระดูกแตกหลายชิ้น เคลื่อนมาก หรือไม่สามารถจัดเข้าที่ได้ การผ่าตัดใส่เหล็กดาม สกรู หรือแผ่นโลหะ จะช่วยให้กระดูกติดได้ตรงและใช้งานดี

  • กายภาพบำบัด — หลังถอดเฝือกหรือหลังผ่าตัด ต้องทำกายภาพเพื่อให้ข้อมือและนิ้วกลับมาเคลื่อนไหวได้ดี

พยากรณ์โรค

  • ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถหายและกลับมาใช้งานข้อมือได้ใกล้เคียงปกติ หากรักษาเร็วและถูกต้อง

  • ในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีกระดูกพรุน กระดูกอาจหายช้ากว่า

  • ถ้าปล่อยไว้ไม่รักษา อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ข้อมือผิดรูป เคลื่อนไหวไม่เต็มที่ หรือปวดเรื้อรัง

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

  • กระดูกติดผิดรูป ทำให้กำมือหรือหยิบจับของไม่ถนัด

  • ข้อมือแข็งหรือติด ไม่สามารถบิดหรือหมุนได้เต็มที่

  • ปวดเรื้อรัง แม้กระดูกติดแล้ว

  • เส้นประสาทถูกกดทับ เกิดอาการชาหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง

วิธีดูแลและป้องกันเบื้องต้น

  • หากล้มและสงสัยว่าข้อมือหัก ควรหาผ้ามาผูกดามไว้ชั่วคราว แล้วรีบไปพบแพทย์

  • ประคบเย็น 24–48 ชั่วโมงแรก ลดบวม

  • ผู้สูงอายุควรตรวจและดูแลภาวะกระดูกพรุน เพื่อป้องกันกระดูกหักในอนาคต

  • เลือกรองเท้าที่ป้องกันการลื่นล้ม และจัดบ้านให้ปลอดภัย

  • ออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงและการทรงตัว เพื่อลดโอกาสหกล้ม

หมอสรุปว่า…

กระดูกข้อมือหัก เป็นอุบัติเหตุที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้หญิงที่มีกระดูกพรุน หากล้มแล้วข้อมือปวด บวม หรือผิดรูป อย่าคิดว่าแค่เคล็ดเล็กน้อย ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจเอกซเรย์ให้แน่ชัด และรับการรักษาที่เหมาะสม เพื่อให้ข้อมือกลับมาใช้งานได้ใกล้เคียงปกติที่สุด

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng

#กระดูกข้อมือหัก #หกล้ม #กระดูกพรุน #กระดูกและข้อ #หมอเก่ง #สุขภาพผู้สูงอายุ #ป้องกันการล้ม