ปวดข้อมือ บวม…ใช่แค่เคล็ดหรือเนื้องอกกระดูก?

“หมอคะ หนูปวดข้อมือซ้ายมาหลายเดือนแล้วค่ะ ตอนแรกคิดว่าเคล็ดเพราะใช้คอมพ์บ่อย แต่พักก็ไม่ดีขึ้น ข้อมือเริ่มบวมขึ้นมาเรื่อย ๆ จับของแน่น ๆ ไม่ได้เลยค่ะ” — คำบอกเล่าของคุณจันทร์เพ็ญ อายุ 35 ปี ที่มาพบหมอด้วยอาการปวดและบวมเรื้อรังที่ข้อมือ

หลายคนอาจเคยมีอาการปวดข้อมือจากการใช้งาน แต่ถ้าปวดนานหลายเดือน มีอาการบวมร่วมด้วย ต้องระวังว่าอาจไม่ใช่แค่เอ็นอักเสบหรือข้อมือเคล็ด แต่เป็น “เนื้องอกกระดูกชนิด giant cell tumor” โดยเฉพาะถ้าเกิดบริเวณปลายกระดูก radius (ปลายแขนด้านนิ้วหัวแม่มือ)

เนื้องอกกระดูกชนิด Giant Cell Tumor คืออะไร?

Giant cell tumor เป็นเนื้องอกกระดูกชนิดไม่ร้ายแรง (ไม่ใช่มะเร็ง) แต่สามารถโตลุกลาม ทำลายกระดูกได้ โดยมักพบที่ปลายกระดูกใกล้ข้อ เช่น ปลายกระดูกต้นขา เข่า หรือปลายกระดูก radius บริเวณข้อมือ

แม้ไม่ใช่มะเร็ง แต่ถ้าโตมาก อาจทำให้กระดูกแตกหักได้ง่าย หรือกดเบียดข้อจนเคลื่อนไหวติดขัด

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

  • ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด

  • พบบ่อยในคนอายุ 20–40 ปี

  • พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเล็กน้อย

อาการที่พบบ่อย

  • ปวดข้อมือเรื้อรัง ไม่ดีขึ้นแม้พักหรือทายา

  • ข้อมือบวมโตผิดรูป

  • จับของแน่น ๆ ไม่ได้ เคลื่อนไหวลำบาก

  • ในบางราย กระดูกอ่อนแรง หักได้ง่าย

การตรวจวินิจฉัย

  1. ซักประวัติและตรวจร่างกาย — หมอจะดูว่ามีก้อน ขนาด และการเคลื่อนไหวของข้อมือ

  2. เอกซเรย์ (X-ray) — มักเห็นเป็นลักษณะกระดูกถูกทำลาย มีโพรงหลายช่อง

  3. MRI — ใช้ดูขอบเขตก้อนและการลุกลาม

  4. การเจาะชิ้นเนื้อ (biopsy) — เพื่อยืนยันการวินิจฉัย

แนวทางการรักษา

  • ผ่าตัดขูดก้อน (curettage) — วิธีมาตรฐาน ขูดเอาเนื้องอกออก แล้วใส่วัสดุเสริม (bone graft หรือซีเมนต์กระดูก)

  • การตัดกระดูกบางส่วนและต่อกระดูก (en bloc resection) — ในรายที่ก้อนใหญ่มาก ทำลายกระดูกจนไม่สามารถเก็บไว้ได้

  • ใส่ข้อเทียม (prosthesis) — ใช้ในบางกรณีที่ต้องตัดกระดูกออกเยอะ

  • การใช้ยาเฉพาะทาง — เช่น ยาที่ช่วยหยุดการโตของก้อน (หมอจะเป็นผู้ประเมิน)

พยากรณ์โรค

  • แม้เป็นเนื้องอกไม่ร้ายแรง แต่ giant cell tumor มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ โดยเฉพาะถ้าอยู่ใกล้ข้อ เช่น ข้อมือ

  • หากรักษาเร็ว โอกาสใช้งานข้อมือใกล้เคียงปกติยังมีสูง

  • ถ้าปล่อยไว้ ก้อนอาจทำให้กระดูกแตก หรือลุกลามจนรักษายากขึ้น

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

  • กระดูกหักจากการอ่อนตัว

  • ข้อมือผิดรูปหรือเคลื่อนไหวได้น้อย

  • กลับมาเป็นซ้ำหลังผ่าตัด

  • ในบางรายหายาก อาจลุกลามกลายเป็นเนื้อร้ายได้

วิธีดูแลและป้องกันเบื้องต้น

  • หากมีอาการปวดข้อมือเรื้อรัง หรือข้อมือบวมโต ควรรีบพบแพทย์

  • หลีกเลี่ยงการใช้งานหนักจนกว่าจะตรวจชัดเจน

  • ปฏิบัติตามคำแนะนำหลังผ่าตัด เช่น กายภาพบำบัด ฟื้นฟูการเคลื่อนไหว

หมอสรุปว่า…

อาการปวดข้อมือบวมเรื้อรัง ไม่ได้หมายความว่าเป็นเพียงข้อมือเคล็ดหรือเอ็นอักเสบเสมอไป แต่บางครั้งอาจเป็น “giant cell tumor” ซึ่งแม้ไม่ใช่มะเร็ง แต่หากปล่อยทิ้งไว้สามารถทำลายกระดูกและทำให้ข้อมือใช้งานไม่ได้ ถ้าปวดเรื้อรังเกิน 1–2 เดือน ควรมาตรวจเพื่อวินิจฉัยให้แน่ชัด

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng

#ปวดข้อมือ #ข้อมือบวม #giantcelltumor #เนื้องอกกระดูก #หมอเก่ง #สุขภาพกระดูก #ข้อเสื่อม