คำถามที่คนไข้ถามบ่อย โดย ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์
ไม่จำเป็นเสมอไปค่ะ การรักษาจะช่วยให้อาการดีขึ้น และอาจกลับไปเล่นกีฬาได้ตามปกติเมื่ออาการหายดีแล้ว
ในหลายกรณี อาการปวดข้อศอกด้านในสามารถรักษาให้ดีขึ้นได้ โดยการปรับพฤติกรรมและทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง
ระยะเวลาในการทำกายภาพบำบัดจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและการตอบสนองต่อการรักษาค่ะ
การหลีกเลี่ยงท่าทางที่กระตุ้นอาการ การพักแขนเมื่อรู้สึกเมื่อย และการเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ อาจช่วยลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำได้ค่ะ
ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาใด ๆ ค่ะ แพทย์จะประเมินอาการและสั่งยาที่เหมาะสมให้ค่ะ
อาการนี้เกิดจากการใช้งานเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อบริเวณข้อศอกด้านในซ้ำ ๆ จากกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น ทำงานบ้าน หรือยกของหนักได้ครับ
การผ่าตัดมีความจำเป็นน้อยมาก ส่วนใหญ่จะรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ ก่อนครับ
ถ้าได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง ส่วนใหญ่จะดีขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ถึง 2–3 เดือนครับ
ควรหลีกเลี่ยงการยกของหนักด้วยท่าที่ผิด และพักยืดเหยียดข้อมือและข้อศอกเป็นประจำครับ
ใช่ครับ อาการปวดข้อศอกด้านในนี้เรียกว่า "ข้อศอกนักกอล์ฟ" ได้ แม้จะไม่ได้เล่นกอล์ฟก็ตาม เพราะเกิดจากการใช้งานซ้ำๆ ที่ทำให้เอ็นอักเสบครับ
เบื้องต้นควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ปวด และหากอาการไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสมครับ
ส่วนใหญ่สามารถหายขาดได้ครับ หากได้รับการรักษาที่ถูกต้องและปรับพฤติกรรมอย่างเหมาะสม แต่หากปล่อยไว้นาน อาจรักษายากขึ้นและใช้เวลานานขึ้นครับ
การผ่าตัดพบได้น้อยมากครับ ส่วนใหญ่จะรักษาด้วยวิธีอื่นก่อน และจะพิจารณาผ่าตัดเฉพาะกรณีที่อาการไม่ดีขึ้นหลังรักษาเต็มที่แล้วหลายเดือนครับ
อาการปวดที่ข้อศอกด้านข้าง โดยเฉพาะเวลาที่ยกของหนัก หรือกระดกข้อมือขึ้นแล้วปวด อาจเป็นสัญญาณของ Tennis Elbow ครับ
ส่วนใหญ่เกิดจากการใช้งานซ้ำๆ เช่น การยกของหนัก การฟัน การสับ หรือการกระแทกบริเวณข้อศอก ทำให้เส้นเอ็นเกิดการอักเสบ เสื่อม หรือฉีกขาดได้ครับ
ในหลายกรณี การรักษาเบื้องต้นอาจไม่ต้องผ่าตัด โดยเน้นการปรับพฤติกรรม การประคบเย็น การใช้ยา หรือการฉีดยาเฉพาะที่ครับ
การหลีกเลี่ยงการยกของหนัก การใช้งานข้อศอกซ้ำๆ หรือการออกกำลังกายที่เหมาะสม อาจช่วยลดความเสี่ยงได้ครับ
ในหลายกรณี การรักษาเบื้องต้นอาจไม่ต้องผ่าตัด ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการครับ
โรคนี้เกิดจากการใช้งานซ้ำๆ ที่ข้อมือและแขนท่อนล่าง ซึ่งกิจกรรมอื่นๆ เช่น การใช้คอมพิวเตอร์ หรือการยกของหนัก ก็อาจเป็นสาเหตุได้ครับ
การพักและการทายาอาจช่วยบรรเทาอาการได้ แต่การหายขาดอาจขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยครับ
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ · คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่