คำถามที่คนไข้ถามบ่อย โดย ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์
อาการข้อบวมแดงเฉียบพลันอาจเป็นสัญญาณของโรคเก๊าท์ แต่ก็อาจเป็นโรคอื่นที่อันตรายกว่าได้เช่นกัน
หากมีอาการปวดข้อ บวม แดง ร้อน และเดินลงน้ำหนักไม่ได้ ควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง
ยาแก้ปวดอาจช่วยบรรเทาอาการได้ชั่วคราว แต่ไม่สามารถรักษาต้นเหตุของโรคได้ และอาจบดบังอาการของโรคที่อันตรายกว่า
ข้อติดเชื้อหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจทำลายข้ออย่างถาวรและลุกลามเข้ากระแสเลือดจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
แพทย์จะอาศัยการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และอาจมีการตรวจเพิ่มเติม เช่น การเจาะน้ำในข้อ เพื่อวินิจฉัยแยกโรคที่ถูกต้อง
โรคเกาต์เกิดจากการที่ร่างกายมีกรดยูริกสูง ทำให้เกิดการอักเสบตามข้อต่างๆ ค่ะ
หากเป็นนานและไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาจทำให้กรดยูริกตกตะกอนตามข้อและอาจส่งผลต่อไตได้ค่ะ
ใช่ค่ะ ผู้ชายมักจะเป็นโรคเกาต์มากกว่าผู้หญิงประมาณ 5 เท่าค่ะ
ควรลดการทานอาหารที่มีสาร Purine สูง เช่น หน่อไม้ สัตว์ปีก และยอดผักต่างๆ รวมถึงงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดค่ะ
การรักษาจะช่วยควบคุมอาการและลดปริมาณกรดยูริกในร่างกายค่ะ ซึ่งอาจต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและควบคุมอาหารอย่างต่อเนื่องค่ะ
ใช่ครับ เบาหวานสามารถส่งผลต่อสมรรถภาพทางเพศชายได้ โดยทำลายทั้งหลอดเลือดและเส้นประสาทที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของอวัยวะเพศ
ใช่ครับ โรคหลอดเลือดตีบเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เพราะหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะเพศก็อาจตีบไปด้วย
ทั้งสามโรคนี้อาจมีพื้นฐานมาจากภาวะเมตาบอลิกที่ผิดปกติ ซึ่งส่งผลให้หลอดเลือดเสื่อมเร็วกว่าปกติ
ในหลายกรณี ผู้ที่เป็นเบาหวานและโรคหลอดเลือดเรื้อรังอาจพบระดับฮอร์โมนเพศชายต่ำกว่าปกติ ซึ่งส่งผลต่อความต้องการทางเพศและความสามารถในการแข็งตัว
ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ไขมันในเลือด และอาจรวมถึงการตรวจระดับฮอร์โมนเพศชาย หรือการตรวจหลอดเลือดด้วย Ultrasound ครับ
ก้อนแข็งๆ ที่พบตามข้อในผู้ป่วยเก๊าท์ เรียกว่า "ก้อนโทฟัส" ซึ่งเกิดจากการสะสมของผลึกกรดยูริกที่ไม่ได้ถูกขับออกไป
ก้อนโทฟัสสามารถยุบลงได้ หากสามารถควบคุมระดับกรดยูริกในเลือดให้ต่ำลงอย่างต่อเนื่อง
ในเกือบทุกกรณี ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดก้อนโทฟัสออก เพราะสามารถรักษาด้วยการคุมระดับกรดยูริกได้
ก้อนโทฟัสเกิดขึ้นเมื่อระดับกรดยูริกในเลือดสูงเป็นเวลานาน ทำให้กรดยูริกตกตะกอนเป็นผลึกและสะสมตามข้อต่างๆ
การรักษาหลักคือการควบคุมระดับกรดยูริกในเลือดให้ถึงเป้าหมายด้วยยาและการปรับพฤติกรรม ซึ่งอาจช่วยให้ก้อนโทฟัสยุบลงได้
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ · คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่