คำถามที่คนไข้ถามบ่อย โดย ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์
อาการปวดหลายข้อพร้อมกันทั้งสองข้างและมีข้อฝืดตอนเช้านานๆ อาจไม่ใช่แค่นิ้วล็อคธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณของโรคข้ออักเสบจากภูมิคุ้มกัน
โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์หากปล่อยทิ้งไว้นาน อาจทำให้ข้อผิดรูปและบิดเบี้ยวได้
โรคพุ่มพวงมักมีอาการทางระบบอื่นร่วมด้วย เช่น ผื่นรูปผีเสื้อที่แก้ม ผมร่วง หรือแผลในปาก
ผลเลือดเป็นหลักฐานสำคัญในการวินิจฉัย แต่แพทย์จะพิจารณาจากอาการและผลการตรวจอื่นๆ ร่วมด้วย
การรักษาจะเน้นควบคุมอาการและชะลอความรุนแรงของโรค ซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดของโรคและอาการของผู้ป่วยแต่ละราย
ในผู้ป่วยรูมาตอยด์ มีความเสี่ยงกระดูกพรุนมากกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่าครับ
การอักเสบเรื้อรังจะกระตุ้นเซลล์ทำลายกระดูกให้ทำงานมากขึ้น และกดการทำงานของเซลล์สร้างกระดูกครับ
การใช้สเตียรอยด์ต่อเนื่องนานๆ อาจส่งผลต่อการดูดซึมและขับแคลเซียม ซึ่งอาจทำให้กระดูกบางลงได้ครับ
การเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง อาจทำให้กระดูกสูญเสียมวลไปได้ครับ
การตรวจวัดความหนาแน่นของมวลกระดูก (Bone Mineral Density) อาจช่วยประเมินความเสี่ยงได้ครับ
อาการข้อฝืดตึงตอนเช้าที่นานเกิน 1 ชั่วโมงขึ้นไป เป็นสัญญาณสำคัญที่ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยค่ะ
การรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ในปัจจุบันมีหลายแนวทางค่ะ การใช้ยาอาจจำเป็นในระยะยาวเพื่อควบคุมอาการและป้องกันความเสียหายต่อข้อ
แพทย์จะพิจารณาจากอาการ การตรวจร่างกาย การตรวจเลือด และอาจใช้อัลตราซาวด์เพื่อช่วยในการวินิจฉัยที่แม่นยำค่ะ
โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์เป็นโรคเรื้อรังค่ะ แต่การรักษาในปัจจุบันมุ่งเน้นที่การควบคุมอาการ ชะลอความเสียหายของข้อ และรักษาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีที่สุดค่ะ
การใช้ยาต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ หมอจะนัดเจาะเลือดตรวจการทำงานของตับและไตสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าคนไข้ได้รับยาที่ปลอดภัยที่สุดครับ
ได้ผลดีมากครับ ช่วยให้คนไข้ที่เคยเดินไม่ได้กลับมาเดินได้อีกครั้ง โดยต้องรอให้การอักเสบของโรคสงบก่อนการผ่าตัด
ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาดครับ เพราะเชื้อไฟ (ภูมิคุ้มกัน) อาจจะยังคุอยู่ การหยุดยาจะทำให้โรคกลับมากำเริบรุนแรงขึ้น --- ### สรุปประเด็นสำคัญ 1. รูมาตอยด์คือโรคภูมิคุ้มกันทำลายข้อต่อตัวเอง ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังและทำลายกระดูก 2. การรักษาอันดับแรกคือการใช้ยากดภูมิและลดการอักเสบ (DMARDs) เพื่อหยุดยั้งความเสียหาย 3. หากข้อผิดรูปไปมาก การผ่าตัดซ่อมแซมเส้นเอ็นหรือเปลี่ยนข้อเทียมสามารถช่วยกู้คืนการใช้งานได้ 4. การตรวจวินิจฉัยที่รวดเร็วด้วยอัลตราซาวด์ช่วยให้เริ่มการรักษาได้ทันทีก่อนข้อจะพัง 5. การดู
อาการมือแข็งตอนเช้าอาจเป็นสัญญาณของข้ออักเสบรูมาตอยด์ได้ แต่ก็อาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่นกัน
การรักษาข้ออักเสบรูมาตอยด์มักต้องใช้ยาควบคุมภูมิคุ้มกันเป็นหลัก ซึ่งอาจต้องใช้ต่อเนื่องเพื่อควบคุมอาการ
การทำกายภาพบำบัดอาจช่วยให้ข้อเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น และลดอาการปวดได้
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ · คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่