ฉีดยากระดูกพรุนอยู่ทุกเดือน แล้วหมอฟันบอกว่าต้องฝังรากฟันเทียม

ใจชื้นขึ้นมาทันที

ลุงคนหนึ่งวัย 72 ปี ฉีดยากระดูกพรุนต่อเนื่องมา 4 ปี เพราะเคยหกล้มจนกระดูกสะโพกร้าว พอฟันหลังหักจนต้องฝังรากฟันเทียม ลุงลังเลอยู่นาน ไม่รู้จะหยุดยาเองดีไหม กลัวทั้งขากรรไกรมีปัญหา กลัวทั้งกระดูกสะโพกหักซ้ำ

บทความนี้จะช่วยให้เข้าใจว่ายากระดูกพรุนแต่ละกลุ่มเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงนี้แค่ไหน และควรทำอย่างไรก่อนทำฟัน


ฉีดยากระดูกพรุนอยู่ แล้วต้องฝังรากฟันเทียม ควรหยุดยาเองก่อนไหม


สิ่งสำคัญที่ต้องรู้

• ยากระดูกพรุนบางกลุ่มเพิ่มความเสี่ยงกระดูกขากรรไกรตายได้ แต่พบน้อยมากในขนาดป้องกันกระดูกพรุน • เกิดจากยากดการสลายกระดูกมากเกิน ร่วมกับมีแผลในช่องปากจากการทำหัตถการ • ควรพบแพทย์ทันทีถ้าแผลในช่องปากไม่หายเกิน 8 สัปดาห์ หรือมีกระดูกโผล่ให้เห็น


ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนตและดีโนซูแมบ เพิ่มความเสี่ยงกระดูกขากรรไกรตายได้ แต่พบน้อยมากในคนที่ใช้ยาขนาดป้องกันกระดูกพรุนทั่วไป การทำฟันหรือทำหัตถการในช่องปากยังทำได้อย่างปลอดภัย ถ้าทันตแพทย์และแพทย์ที่ดูแลกระดูกพรุนวางแผนร่วมกันก่อนเสมอ

หลายคนไม่รู้ว่า ยากระดูกพรุนแต่ละชนิดมีความเสี่ยงเรื่องขากรรไกรไม่เท่ากัน และการหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ ก็ไม่ได้แปลว่าจะปลอดภัยกว่าเสมอไป

กาลครั้งหนึ่งลุงใช้ชีวิตปกติดี เดินออกกำลัง ไปตลาดได้เอง ไม่มีปัญหาเรื่องกระดูก

ทุกเดือนลุงฉีดยากระดูกพรุนตามนัดที่โรงพยาบาลต้นทางไม่เคยขาด เพราะกลัวกระดูกสะโพกจะร้าวซ้ำอีก

จนกระทั่งวันหนึ่งฟันกรามล่างหักจนต้องฝังรากฟันเทียม หมอฟันถามว่าเคยใช้ยากระดูกพรุนอยู่หรือเปล่า

เพราะเหตุนั้นลุงเลยกังวลมาก ไปค้นในอินเทอร์เน็ตเจอคำว่า "ขากรรไกรตาย" ก็ยิ่งไม่กล้าไปฝังรากฟันเทียม

เพราะเหตุนั้นลุงเลยเลื่อนนัดทำฟันออกไปเรื่อย ๆ ทั้งที่ฟันหักจนเคี้ยวอาหารลำบาก

จนในที่สุดลุงตัดสินใจมาปรึกษาแพทย์ที่ดูแลเรื่องกระดูกพรุนโดยตรง เพื่อวางแผนร่วมกับทันตแพทย์อย่างถูกต้อง

และตั้งแต่นั้นมาลุงก็ฝังรากฟันเทียมได้อย่างปลอดภัย แผลหายดีตามนัด และยังฉีดยากระดูกพรุนต่อเนื่องเหมือนเดิม

หลายคนไม่รู้ว่ายังมีทางเลือกในการดูแลที่ปลอดภัยกว่าการหยุดยาเองหรือปล่อยปัญหาในช่องปากทิ้งไว้ เพียงแค่คนไข้ต้องบอกทันตแพทย์และแพทย์ที่ดูแลกระดูกพรุนให้ครบทั้งสองฝ่าย

เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย แต่พอเกิดกับใครสักคน ก็สร้างความกังวลได้มาก เพราะข้อมูลที่คนไข้เจอเองมักสั้นเกินไปหรือน่ากลัวเกินจริง

อาการที่บอกว่ากระดูกขากรรไกรอาจมีปัญหา มักเป็นหลังถอนฟัน ฝังรากฟันเทียม หรือทำหัตถการในช่องปากแล้วแผลไม่หายภายใน 8 สัปดาห์ มีกระดูกโผล่ให้เห็นในช่องปาก หรือมีกลิ่นเหม็นเรื้อรัง ร่วมกับประวัติเคยใช้ยากลุ่มยับยั้งการสลายกระดูกมาก่อน

ทำไมยากระดูกพรุนถึงเกี่ยวข้องกับขากรรไกรได้?

หลายคนไม่รู้ว่า ยาที่ช่วยป้องกันกระดูกหักได้ดี บางครั้งก็ต้องแลกกับการดูแลที่ละเอียดขึ้นเรื่องฟันและเหงือก

กระดูกในร่างกายมีการสลายเก่าสร้างใหม่อยู่ตลอดเวลา ยากลุ่มบิสฟอสโฟเนตและดีโนซูแมบทำหน้าที่กดการสลายกระดูก เพื่อให้กระดูกแข็งแรงขึ้นและลดความเสี่ยงกระดูกหัก

กระดูกขากรรไกรต้องซ่อมแซมตัวเองบ่อยกว่ากระดูกส่วนอื่น เพราะรองรับแรงเคี้ยวและอยู่ใกล้ช่องปากที่มีเชื้อโรคเยอะ เยื่อบุที่คลุมกระดูกขากรรไกรก็บางกว่าที่อื่นด้วย

เมื่อยากดการสลายกระดูกไว้มาก กระบวนการซ่อมแซมกระดูกขากรรไกรก็ช้าลงตามไปด้วย ถ้าบังเอิญมีแผลจากการถอนฟันหรือฝังรากฟันเทียมในช่วงนั้น กระดูกขากรรไกรบริเวณนั้นอาจซ่อมแซมไม่ทันจนเนื้อกระดูกตายเฉพาะที่

อาการแบบนี้จึงมักเกิดหลังการทำหัตถการที่กระทบกระดูกขากรรไกรโดยตรง ไม่ได้เกิดขึ้นเองลอย ๆ โดยไม่มีบาดแผลนำมาก่อน

ภาวะกระดูกขากรรไกรตายจากยาคืออะไร?

ภาวะนี้เรียกว่า "กระดูกขากรรไกรตายที่สัมพันธ์กับยา" พบในคนที่เคยใช้ยาบิสฟอสโฟเนต ดีโนซูแมบ หรือยากลุ่มยับยั้งการสลายกระดูกชนิดอื่น แล้วมีกระดูกขากรรไกรบางส่วนตายและโผล่ออกมาในช่องปาก โดยแผลไม่หายเกิน 8 สัปดาห์

สาเหตุหลักมาจากยาไปกดการสร้างและสลายกระดูกมากเกินไป ร่วมกับมีบาดแผลในช่องปาก เช่น การถอนฟัน การผ่าฟันคุด หรือการฝังรากฟันเทียม

อาการที่พบบ่อยคือ ปวดบริเวณขากรรไกร มีกระดูกโผล่ให้เห็นในช่องปาก เหงือกบวมแดง มีหนองหรือกลิ่นปาก และบางรายฟันบริเวณนั้นโยกผิดปกติ

ใครมีความเสี่ยงต่อภาวะนี้มากกว่าคนทั่วไป?

• คนที่ใช้ยาขนาดสูงรักษาโรคมะเร็งที่แพร่กระจายมากระดูก มีความเสี่ยงสูงกว่าคนที่ใช้ยาป้องกันกระดูกพรุนหลายเท่า • คนที่ใช้ยากลุ่มนี้ต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน • คนที่มีโรคเบาหวาน หรือใช้ยาสเตียรอยด์ร่วมด้วย • คนที่สูบบุหรี่ หรือใส่ฟันปลอมที่กดเบียดเหงือกเรื้อรัง • คนที่สุขภาพช่องปากไม่ดี มีฟันผุหรือโรคเหงือกที่ยังไม่ได้รักษา

การวินิจฉัยภาวะนี้ทำอย่างไรบ้าง?

ทันตแพทย์หรือแพทย์จะเริ่มจากซักประวัติการใช้ยากระดูกพรุนหรือยารักษามะเร็งที่เกี่ยวข้อง ระยะเวลาที่ใช้ยา และประวัติการทำหัตถการในช่องปากล่าสุด

ต่อมาตรวจร่างกายในช่องปาก ดูว่ามีกระดูกโผล่ แผลไม่หาย หรือเหงือกอักเสบเรื้อรังหรือไม่

ถ้าสงสัยจะพิจารณาถ่ายภาพรังสีฟันหรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เพิ่มเติมตามความเหมาะสมของแต่ละคน ไม่ได้ใช้วิธีเดียวกันทุกราย

ใช้ยากระดูกพรุนอยู่แล้วต้องทำฟัน ควรทำอย่างไร?

หลักการสำคัญที่สุดคือ แจ้งทันตแพทย์และแพทย์ที่ดูแลกระดูกพรุนให้ทราบทั้งสองฝ่ายก่อนทำหัตถการใด ๆ ในช่องปาก ไม่ว่าจะเป็นการถอนฟัน ผ่าฟันคุด หรือฝังรากฟันเทียม

สำหรับคนที่ใช้ยาขนาดป้องกันกระดูกพรุนทั่วไป ความเสี่ยงต่ำมาก ส่วนใหญ่ทำหัตถการได้ตามปกติ โดยไม่จำเป็นต้องหยุดยาเอง

จนถึงตอนนี้แนวทางการรักษาระดับสากลยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่า การหยุดยาก่อนทำฟันจะช่วยลดความเสี่ยงได้จริงหรือไม่ ดังนั้นการหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์จึงไม่ได้แปลว่าปลอดภัยกว่าเสมอไป และอาจทำให้กระดูกส่วนอื่นในร่างกายเปราะจนหักง่ายขึ้นแทน

สำหรับคนที่ใช้ยาขนาดสูงเพื่อรักษาโรคมะเร็งที่แพร่กระจายมากระดูก และต้องทำหัตถการใหญ่ในช่องปาก แพทย์อาจพิจารณาแนวทางเฉพาะเป็นราย ๆ ไป โดยชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงขากรรไกรกับความเสี่ยงกระดูกหักซ้ำ ซึ่งต้องตัดสินใจร่วมกับแพทย์เท่านั้น ไม่ควรหยุดยาเอง

ส่วนยากลุ่มใหม่อย่างยาต้านสเคลอโรสตินที่เริ่มใช้มากขึ้นในการรักษากระดูกพรุน ข้อมูลเรื่องความเสี่ยงขากรรไกรตายยังมีจำกัดกว่ายากลุ่มบิสฟอสโฟเนตและดีโนซูแมบ แต่หลักการเดียวกันยังใช้ได้ คือต้องแจ้งทันตแพทย์ทุกครั้งว่ากำลังใช้ยากลุ่มนี้อยู่

สิ่งสำคัญที่สุดคือ ไม่ว่าจะใช้ยาชนิดไหน การวางแผนร่วมกันระหว่างทันตแพทย์กับแพทย์ที่ดูแลกระดูกพรุนก่อนทำหัตถการ ปลอดภัยกว่าการตัดสินใจหยุดยาเองที่บ้านเสมอ

หลังทำหัตถการไปแล้วผลลัพธ์ส่วนใหญ่เป็นอย่างไร?

คนไข้ส่วนใหญ่ที่ได้รับการวางแผนร่วมกันระหว่างทันตแพทย์และแพทย์ที่ดูแลกระดูกพรุนก่อนทำหัตถการ แผลจะหายเป็นปกติ และยังใช้ยากระดูกพรุนต่อเนื่องได้ตามเดิม

ภาวะกระดูกขากรรไกรตายจากยา ถ้าตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก ส่วนใหญ่ตอบสนองต่อการดูแลแผลและยาปฏิชีวนะได้ดี ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดใหญ่

ถ้าปล่อยไว้จนลุกลาม อาจต้องผ่าตัดกรอกระดูกส่วนที่ตายออก และใช้เวลารักษานานขึ้น

ถ้าไม่ดูแลเรื่องนี้อย่างเหมาะสมจะเกิดอะไรตามมา?

ถ้าปล่อยแผลในช่องปากไว้โดยไม่รักษา กระดูกขากรรไกรที่ตายอาจลุกลามเป็นบริเวณกว้างขึ้น เกิดการติดเชื้อซ้ำซ้อน ปวดเรื้อรัง และกระทบต่อการเคี้ยวอาหาร

ในทางกลับกัน ถ้าหยุดยากระดูกพรุนเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์เพื่อ "ป้องกัน" ภาวะนี้ กระดูกส่วนอื่นในร่างกายที่เปราะอยู่แล้วอาจหักซ้ำได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกระดูกสะโพกและกระดูกสันหลัง

ทั้งสองสถานการณ์นี้ป้องกันได้ ด้วยการสื่อสารและวางแผนร่วมกันตั้งแต่ต้น

จะป้องกันภาวะนี้ได้อย่างไรบ้าง?

• แจ้งทันตแพทย์ทุกครั้งว่ากำลังใช้ยากระดูกพรุนกลุ่มไหนอยู่ • ตรวจสุขภาพช่องปากและรักษาฟันผุหรือโรคเหงือกให้เรียบร้อยก่อนเริ่มยา ถ้าเป็นไปได้ • ไม่ตัดสินใจหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ที่ดูแลกระดูกพรุน • ดูแลสุขภาพช่องปากสม่ำเสมอ แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันทุกวัน • งดสูบบุหรี่ และตรวจฟันปลอมที่ใส่อยู่ว่ากดเบียดเหงือกหรือไม่

ถาม: ใช้ยากระดูกพรุนอยู่ ต้องหยุดยาก่อนฝังรากฟันเทียมกี่วัน

ตอบ: ปัจจุบันยังไม่มีตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคน แนวทางการรักษาระดับสากลเองก็ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนเรื่องนี้ ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือปรึกษาแพทย์ที่ดูแลกระดูกพรุนร่วมกับทันตแพทย์ก่อนตัดสินใจ

ถาม: ใช้ยากระดูกพรุนขนาดป้องกันทั่วไป เสี่ยงขากรรไกรตายมากไหม

ตอบ: ความเสี่ยงต่ำมาก จากข้อมูลที่มีอยู่พบน้อยกว่าคนที่ใช้ยาขนาดสูงรักษาโรคมะเร็งที่แพร่กระจายมากระดูกอย่างชัดเจน ซึ่งกลุ่มหลังมีความเสี่ยงสูงกว่ามาก

ถาม: ฉีดยาดีโนซูแมบอยู่ ถ้าหยุดยาเองจะเป็นอะไรไหม

ตอบ: การหยุดยากลุ่มนี้เองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ อาจทำให้ความหนาแน่นกระดูกลดลงเร็วและเพิ่มความเสี่ยงกระดูกหักซ้ำได้ ควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลกระดูกพรุนก่อนตัดสินใจหยุดหรือเว้นยาทุกครั้ง

ถาม: ยากลุ่มใหม่อย่างยาต้านสเคลอโรสตินเกี่ยวข้องกับภาวะนี้ด้วยหรือเปล่า

ตอบ: ยากลุ่มนี้ออกฤทธิ์ต่างจากบิสฟอสโฟเนตและดีโนซูแมบบางส่วน ข้อมูลเรื่องความเสี่ยงขากรรไกรตายในยากลุ่มนี้ยังมีจำกัด ถ้ากำลังใช้ยากลุ่มนี้อยู่และต้องทำฟัน ควรแจ้งแพทย์และทันตแพทย์เช่นเดียวกับยากลุ่มอื่น

ถาม: มีฟันผุอยู่ ควรรักษาให้เสร็จก่อนเริ่มยากระดูกพรุนไหม

ตอบ: ควรตรวจและรักษาสุขภาพช่องปากให้เรียบร้อยก่อนเริ่มยาถ้าเป็นไปได้ เพราะช่วยลดโอกาสต้องทำหัตถการฉุกเฉินระหว่างใช้ยาในอนาคต

ถ้านึกถึงใครสักคนที่ใช้ยากระดูกพรุนอยู่แล้วกำลังกังวลเรื่องทำฟัน ลองส่งบทความนี้ให้เขาอ่านดูได้ครับ

สิ่งที่ควรจำไว้มีอยู่ไม่กี่ข้อ

• ใช้ยากระดูกพรุนแล้วต้องทำฟัน ไม่ต้องตกใจจนหยุดยาเอง • บอกทันตแพทย์และแพทย์ที่ดูแลกระดูกพรุนให้ครบทั้งสองฝ่าย • วางแผนร่วมกันก่อนทำหัตถการทุกครั้ง โดยเฉพาะหัตถการใหญ่ • ดูแลสุขภาพช่องปากสม่ำเสมอ ลดโอกาสต้องทำหัตถการฉุกเฉิน • มีแผลในช่องปากไม่หายเกิน 8 สัปดาห์ ให้รีบกลับมาพบแพทย์

คุณเองก็ไม่ต้องแบกความกังวลนี้คนเดียว การใช้ยากระดูกพรุนต่อเนื่องกับการดูแลสุขภาพช่องปากให้ดี ทำไปพร้อมกันได้ ถ้าทีมแพทย์และทันตแพทย์ของคุณสื่อสารกัน


ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง

หมอเก่ง กระดูกและข้อ – ธนินนิตย์คลินิก Line: @doctorkeng โทร 081-530-3666

📖 อ่านคู่มือโรคฉบับเต็มได้ที่ ฉีดยากระดูกพรุนอยู่ แล้วต้องฝังรากฟันเทียม ควรหยุดยาเองก่อนไหม