ปวดฟันมาหลายวัน แต่ในกระเป๋ามียากระดูกพรุนที่กินทุกสัปดาห์ คำถามคือ ต้องหยุดยาก่อนไปหาหมอฟันไหม
คนไข้หญิงวัย 75 ปีเจอสถานการณ์นี้พอดี ฟันผุลึกจนต้องถอน แต่ก็กินยากระดูกพรุนมาหลายปีแล้ว ลูกสาวรีบหาข้อมูล เจอทั้งคนบอกให้หยุดยาทันที ทั้งคนบอกว่าไม่ต้องหยุดเลย สุดท้ายคุณป้าตัดสินใจโทรมาปรึกษาก่อนไปหาหมอฟัน
บทความนี้รวมแนวทางจาก Task Force นานาชาติ ว่าเมื่อไหร่ต้องระวัง เมื่อไหร่ไม่ต้องหยุดยาเลย
ทำไมคนไข้กระดูกพรุนบางคนต้องหยุดยาก่อนถอนฟัน แต่บางคนไม่ต้อง
สิ่งสำคัญที่ต้องรู้
• ยากระดูกพรุนบางชนิดเพิ่มความเสี่ยงกระดูกขากรรไกรหายช้าหลังทำฟันบางประเภท • ยาลดการสลายกระดูกทำให้กระดูกขากรรไกรซ่อมแซมตัวเองช้าลงหลังบาดแผลบางชนิด • ควรแจ้งทันตแพทย์ทุกครั้งก่อนถอนฟันหรือผ่าตัดในช่องปาก
ยากลุ่มบิสฟอสโฟเนตและดีโนซูแมบที่ใช้รักษากระดูกพรุน มีความเสี่ยงเล็กน้อยที่จะทำให้กระดูกขากรรไกรหายช้าหลังทำฟันบางประเภท แต่ผู้ป่วยกระดูกพรุนส่วนใหญ่สามารถทำฟันได้อย่างปลอดภัย หากวางแผนร่วมกับแพทย์และทันตแพทย์ล่วงหน้า
หลายคนที่ทานยากระดูกพรุนไม่รู้ว่า ก่อนไปหาหมอฟันทุกครั้งต้องแจ้งเรื่องยาที่กินอยู่ด้วย เพราะข้อมูลนี้มีผลต่อการตัดสินใจของทันตแพทย์โดยตรง
กาลครั้งหนึ่ง คนไข้รายหนึ่ง อายุ 75 ปี ใช้ชีวิตปกติดี ไปตรวจสุขภาพประจำปีแล้วพบว่ากระดูกพรุน หมอจึงให้ยาที่ช่วยลดการสลายกระดูกมาทานต่อเนื่องหลายปี
ทุกวัน เธอทานยาตามนัดสม่ำเสมอ ไม่เคยมีปัญหาอะไร จนวันหนึ่งเริ่มปวดฟันกรามซี่ในสุด
จนกระทั่งวันหนึ่ง ทันตแพทย์ตรวจแล้วบอกว่าฟันผุลึกมาก จำเป็นต้องถอน
เพราะเหตุนั้น เธอเริ่มกังวล เพราะเคยได้ยินมาว่ายากระดูกพรุนบางชนิดอาจทำให้แผลในขากรรไกรหายช้า
เพราะเหตุนั้น เธอจึงลังเลไม่กล้าไปถอนฟัน กลัวว่าจะยิ่งแย่ลงกว่าเดิม
จนในที่สุด เธอตัดสินใจโทรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลเรื่องกระดูกพรุนก่อน เพื่อวางแผนร่วมกับทันตแพทย์แทนที่จะตัดสินใจเอง
และตั้งแต่นั้นมา เธอได้รู้ว่าไม่ใช่ทุกคนที่ทานยากระดูกพรุนจะต้องหยุดยาก่อนทำฟันเสมอไป
ทำไมยากระดูกพรุนถึงเกี่ยวข้องกับปัญหาที่ขากรรไกร?
หลายคนไม่รู้ว่ายังมีทางเลือกอื่นในการดูแลฟันระหว่างทานยากระดูกพรุน ไม่ใช่ทุกคนต้องหยุดยา และไม่ใช่ทุกหัตถการต้องเลื่อนออกไป
ยากลุ่มบิสฟอสโฟเนตและดีโนซูแมบทำงานโดยลดการสลายของเนื้อกระดูก ทำให้กระดูกทั่วร่างกายแข็งแรงขึ้นและลดความเสี่ยงกระดูกหัก แต่กระดูกขากรรไกรมีลักษณะพิเศษ คือบางกว่าและมีเลือดมาเลี้ยงน้อยกว่ากระดูกส่วนอื่นของร่างกาย เมื่อมีบาดแผลจากการถอนฟันหรือผ่าตัดในช่องปาก กระบวนการซ่อมแซมกระดูกบริเวณนี้จึงอาจช้าลงกว่าปกติในผู้ป่วยบางราย
ความเสี่ยงนี้ไม่เท่ากันในทุกคน ขึ้นอยู่กับชนิดของยา ระยะเวลาที่ใช้ยา ขนาดยา และวิธีการให้ยา ผู้ป่วยที่ทานยาแบบเม็ดในขนาดรักษากระดูกพรุนทั่วไป มีความเสี่ยงต่ำกว่าผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยากลุ่มเดียวกันในขนาดสูงแบบฉีดเข้าหลอดเลือดดำอย่างชัดเจน
หัตถการทางทันตกรรมก็ไม่ได้เสี่ยงเท่ากันทุกประเภท หัตถการที่ไม่กระทบกระดูกโดยตรง เช่น ขูดหินปูนหรืออุดฟัน แทบไม่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ขณะที่หัตถการที่กระทบกระดูกโดยตรง เช่น การถอนฟันหรือผ่าตัดฝังรากฟันเทียม ต้องได้รับการวางแผนที่รอบคอบกว่า
นี่คือเหตุผลที่แพทย์เจ้าของไข้และทันตแพทย์ต้องพูดคุยกันก่อนทำหัตถการที่มีความเสี่ยง เพื่อประเมินทั้งความเสี่ยงต่อฟันและความเสี่ยงต่อกระดูกพรุนไปพร้อมกัน
ภาวะกระดูกขากรรไกรตายจากยา คืออะไร?
ภาวะนี้มีชื่อทางการแพทย์ว่า ภาวะกระดูกขากรรไกรตายที่สัมพันธ์กับการใช้ยา (Medication-Related Osteonecrosis of the Jaw) เกิดจากกระดูกขากรรไกรบริเวณที่มีบาดแผล ไม่สามารถซ่อมแซมและสร้างเนื้อเยื่อใหม่ได้ตามปกติ หลังได้รับยาที่ลดการสลายกระดูกต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาการที่พบได้คือ กระดูกโผล่ในช่องปากที่ไม่มีเยื่อเมือกปกคลุม ปวด บวม หรือมีแผลในช่องปากที่ไม่หายภายในระยะเวลาที่ควรจะเป็น
ใครมีความเสี่ยงสูงกว่าคนอื่น?
• ใช้ยาในกลุ่มนี้มาต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายปี • เคยได้รับยาในรูปแบบฉีดเข้าหลอดเลือดดำขนาดสูง ซึ่งมักใช้ในผู้ป่วยมะเร็ง • มีโรคปริทันต์หรือมีการติดเชื้อในช่องปากเรื้อรัง • สูบบุหรี่ หรือมีภูมิคุ้มกันต่ำจากโรคประจำตัวอื่น • เคยมีประวัติผ่าตัดกระดูกขากรรไกรมาก่อน
แพทย์และทันตแพทย์ประเมินความเสี่ยงอย่างไรก่อนตัดสินใจ?
ขั้นแรกคือซักประวัติการใช้ยาให้ครบถ้วน ทั้งชนิดของยา ระยะเวลาที่ใช้ และวิธีการให้ยา จากนั้นทันตแพทย์จะตรวจสุขภาพช่องปาก ฟัน และเหงือกโดยละเอียด ในหัตถการที่มีความเสี่ยงสูง แพทย์เจ้าของไข้ที่ดูแลเรื่องกระดูกพรุนและทันตแพทย์จะปรึกษากันโดยตรง เพื่อวางแผนร่วมกันว่าจะดำเนินการอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุดสำหรับคนไข้แต่ละราย
ก่อนไปทำฟัน ต้องหยุดยากระดูกพรุนหรือไม่?
หัตถการที่ไม่กระทบกระดูกโดยตรง เช่น ขูดหินปูน อุดฟัน หรือจัดฟันที่ไม่ต้องตัดกระดูก สามารถทำได้ตามปกติโดยไม่ต้องหยุดยาแต่อย่างใด
หัตถการที่กระทบกระดูกโดยตรง เช่น การถอนฟัน การผ่าตัดฝังรากฟันเทียม หรือการผ่าตัดปริทันต์ที่เกี่ยวข้องกับกระดูก ต้องได้รับความระมัดระวังเป็นพิเศษ และควรปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้ก่อนเสมอ
แนวทางจาก Task Force นานาชาติบางฉบับ ระบุว่าในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง อาจพิจารณาหยุดยาชั่วคราวก่อนและหลังทำหัตถการที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อให้กระดูกมีโอกาสซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้น แต่การตัดสินใจนี้ต้องประเมินเป็นรายบุคคล ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ใช้ยา ชนิดของยา และปัจจัยเสี่ยงอื่นของคนไข้แต่ละคน ยาดีโนซูแมบมีกลไกการออกฤทธิ์ต่างจากบิสฟอสโฟเนต คือออกฤทธิ์ตามรอบการฉีดและไม่สะสมอยู่ในกระดูกระยะยาว แพทย์จึงอาจพิจารณาช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับทำหัตถการโดยสัมพันธ์กับรอบการฉีดยา แทนที่จะใช้แนวทางเดียวกับยากลุ่มบิสฟอสโฟเนต
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การตัดสินใจหยุดยาต้องทำโดยแพทย์เจ้าของไข้เท่านั้น ห้ามหยุดยาเองโดยเด็ดขาด เพราะการหยุดยากระดูกพรุนโดยไม่ปรึกษาแพทย์ อาจเพิ่มความเสี่ยงกระดูกหักจากภาวะกระดูกพรุนซึ่งเป็นอันตรายไม่น้อยไปกว่ากัน
หากวางแผนดี ผลลัพธ์ในระยะยาวเป็นอย่างไร?
ผู้ป่วยกระดูกพรุนส่วนใหญ่ที่ทานยาในขนาดที่ใช้รักษากระดูกพรุนทั่วไป มีความเสี่ยงภาวะกระดูกขากรรไกรตายอยู่ในระดับต่ำ และสามารถทำฟันได้อย่างปลอดภัย หากมีการวางแผนร่วมกันระหว่างแพทย์และทันตแพทย์ล่วงหน้า
หากไม่ได้วางแผนล่วงหน้า อาจเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง?
บาดแผลในขากรรไกรอาจหายช้ากว่าปกติ มีอาการปวด บวม หรือกระดูกโผล่ในช่องปากที่ไม่หายภายในระยะเวลาที่ควรจะเป็น ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องจากทีมแพทย์และทันตแพทย์ร่วมกัน
จะป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานี้ได้อย่างไร?
• แจ้งทันตแพทย์ทุกครั้งว่ากำลังทานยากระดูกพรุนอยู่ • ดูแลสุขภาพช่องปากและฟันให้ดีตั้งแต่ก่อนเริ่มทานยา • ตรวจฟันเป็นประจำ เพื่อลดโอกาสต้องถอนฟันแบบฉุกเฉิน • ปรึกษาแพทย์ก่อนทำหัตถการทางทันตกรรมที่กระทบกระดูก • ไม่หยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
มีคำถามอะไรที่คนไข้มักถามบ่อย?
ถาม: ถ้ากินยากระดูกพรุนอยู่ ขูดหินปูนได้ไหม
ตอบ: ได้ตามปกติ เพราะการขูดหินปูนไม่กระทบกระดูกขากรรไกรโดยตรง
ถาม: ยากระดูกพรุนแบบกินกับแบบฉีด เสี่ยงเท่ากันไหม
ตอบ: ความเสี่ยงแตกต่างกันตามชนิดและขนาดยา แพทย์จะประเมินเป็นรายบุคคล
ถาม: ถ้าต้องถอนฟันฉุกเฉินจากการติดเชื้อ ต้องรอหยุดยาก่อนไหม
ตอบ: กรณีฉุกเฉินที่มีการติดเชื้อรุนแรง ทันตแพทย์อาจจำเป็นต้องรักษาทันทีโดยไม่รอ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทีมแพทย์
ถาม: ดีโนซูแมบต่างจากบิสฟอสโฟเนตอย่างไรในเรื่องนี้
ตอบ: ดีโนซูแมบออกฤทธิ์ชั่วคราวตามรอบการฉีด ขณะที่บิสฟอสโฟเนตสะสมอยู่ในกระดูกได้นานกว่า แพทย์จึงพิจารณาแนวทางต่างกัน
ถาม: ควรทำอย่างไรก่อนถึงนัดหมายทำฟัน
ตอบ: ควรแจ้งทั้งแพทย์และทันตแพทย์ล่วงหน้า เพื่อวางแผนร่วมกันก่อนถึงวันนัด
เป็นข้อมูลที่หลายคนยังไม่รู้ ถ้าคิดว่ามีประโยชน์ ส่งต่อให้คนที่ห่วงใยได้ครับ
สรุปสิ่งสำคัญ ยากระดูกพรุนส่วนใหญ่ปลอดภัยกับการทำฟันทั่วไป หัตถการที่กระทบกระดูกต้องวางแผนล่วงหน้า ห้ามหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ แจ้งทันตแพทย์ทุกครั้งเรื่องยาที่ทานอยู่ และปรึกษาทั้งแพทย์กับทันตแพทย์ร่วมกันดีที่สุด
ไม่ว่าจะดูแลกระดูกให้แข็งแรง หรือดูแลฟันให้แข็งแรง ทั้งสองเรื่องดูแลไปด้วยกันได้ เพื่อให้คุณยังใช้ชีวิตและยิ้มได้อย่างมั่นใจในทุกวัน
ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง
หมอเก่ง กระดูกและข้อ – ธนินนิตย์คลินิก Line: @doctorkeng โทร 081-5303666
เอกสารอ้างอิง
[1] Consensus systematic review and international multidisciplinary recommendations. Diagnosis and management of osteonecrosis of the jaw. 2015. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/25414052/
[2] MASCC/ISOO/ASCO Clinical Practice Guideline. Medication-related osteonecrosis of the jaw. 2019. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/31329513/
[3] Overview of national guidelines. Management of medication-related osteonecrosis of the jaw. 2024. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/39448352/
[4] Literature review and update. Medication-related osteonecrosis of the jaw. 2022. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/36106755/
[5] Cochrane systematic review. Interventions for managing medication-related osteonecrosis of the jaw. 2022. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/35866376/
เอกสารอ้างอิง
-
Patel, Seoudi. Management of Medication-Related Osteonecrosis of the Jaw: An Overview of National and International Guidelines. (2024). Br J Oral Maxillofac Surg. PMID: 39448352. DOI: 10.1016/j.bjoms.2024.08.008
-
Yarom, et al. Medication-Related Osteonecrosis of the Jaw: MASCC/ISOO/ASCO Clinical Practice Guideline. (2019). J Clin Oncol. PMID: 31329513. DOI: 10.1200/JCO.19.01186
-
Nakashima, et al. Role of sclerostin deletion in bisphosphonate-induced osteonecrosis of the jaw. (2024). Bone. PMID: 39019131. DOI: 10.1016/j.bone.2024.117200
-
Dioguardi, et al. Oral bisphosphonate-induced osteonecrosis complications in patients undergoing tooth extraction: a systematic review and literature updates. (2023). Eur Rev Med Pharmacol Sci. PMID: 37458653. DOI: 10.26355/eurrev_202307_32996
-
Ayers, et al. Effectiveness and Safety of Treatments to Prevent Fractures in People With Low Bone Mass or Primary Osteoporosis: A Living Systematic Review and Network Meta-analysis for the American College of Physicians. (2023). Ann Intern Med. PMID: 36592455. DOI: 10.7326/M22-0684
-
Kuroshima, et al. Medication-related osteonecrosis of the jaw: A literature review and update. (2022). Genesis. PMID: 36106755. DOI: 10.1002/dvg.23500
-
Beth-Tasdogan, et al. Interventions for managing medication-related osteonecrosis of the jaw. (2022). Cochrane Database Syst Rev. PMID: 35866376. DOI: 10.1002/14651858.CD012432.pub3
-
Kendler, et al. Denosumab in the Treatment of Osteoporosis: 10 Years Later: A Narrative Review. (2022). Adv Ther. PMID: 34762286. DOI: 10.1007/s12325-021-01936-y
-
Aguirre, Castillo, Kimmel. Preclinical models of medication-related osteonecrosis of the jaw (MRONJ). (2021). Bone. PMID: 34520898. DOI: 10.1016/j.bone.2021.116184
-
Cosman, et al. Romosozumab Treatment in Postmenopausal Women with Osteoporosis. (2016). N Engl J Med. PMID: 27641143
-
Khan, et al. Diagnosis and management of osteonecrosis of the jaw: a systematic review and international consensus. (2015). J Bone Miner Res. PMID: 25414052. DOI: 10.1002/jbmr.2405
📖 อ่านคู่มือโรคฉบับเต็มได้ที่ ทำไมคนไข้กระดูกพรุนบางคนต้องหยุดยาก่อนถอนฟัน แต่บางคนไม่ต้อง

