เคยได้ยินคำว่า "ยึดกระดูกสันหลัง" แล้วรู้สึกว่าชีวิตจะเปลี่ยนไปตลอดกาล? กลัวว่าหลังจะขยับได้น้อยลง กลัวว่าสิ่งที่เคยทำได้จะหายไป ความกลัวนั้นทำให้หลายคนอดทนกับความเจ็บปวดโดยไม่รู้ว่ายังมีทางเลือกอื่น

ผู้ป่วยชายอายุ 45 ปี นักธุรกิจที่ชอบปั่นจักรยานในช่วงเช้า ปวดหลังมาสองปี ทำกายภาพ ฉีดยา ทานยา แต่ไม่ดีขึ้น หมอสรุปว่าหมอนรองกระดูกเสื่อมและต้องผ่าตัดยึดกระดูก เขาลังเล คำถามแรกที่ถามหมอคือ "ยึดแล้วหลังจะยังขยับได้ไหม?" คำถามนั้นพาเขาไปพบกับทางเลือกที่ไม่เคยรู้มาก่อน

บทความนี้จะพาคุณรู้จักการเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียม ทางเลือกที่ช่วยรักษาการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลังไว้ได้


ปวดหลังจากหมอนรองกระดูกเสื่อม ไม่ได้แปลว่าต้องยึดกระดูกสันหลังเสมอไป


สิ่งสำคัญที่ต้องรู้

• What: การเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียม (Artificial Disc Replacement) ใส่ข้อต่อเทียมแทนหมอนรองที่เสื่อม กระดูกสันหลังยังขยับได้ตามธรรมชาติ • Why: เหมาะกับผู้อายุต่ำกว่า 60 ปี หมอนรองกระดูกเสื่อมระดับเดียว ไม่มีข้อต่อกระดูกสันหลังเสื่อมร่วม • When: ควรพบแพทย์เมื่อปวดหลังเรื้อรังนานกว่า 6 เดือนและรักษาแบบอนุรักษ์นิยมแล้วไม่ดีขึ้น


การผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียม (Artificial Disc Replacement) ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา และมีหลักฐานทางการแพทย์ว่าให้ผลการรักษาเทียบเท่ากับการยึดกระดูกสันหลังในระยะ 5 ถึง 7 ปีในผู้ที่ได้รับการคัดเลือกอย่างเหมาะสม หากคุณอายุต่ำกว่า 60 ปี มีหมอนรองกระดูกเสื่อมระดับเดียว และข้อต่อกระดูกสันหลังส่วนหลังยังอยู่ในสภาพดี การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญอาจเปิดทางเลือกที่คุณยังไม่รู้ว่ามีอยู่

สิ่งที่หลายคนไม่รู้เกี่ยวกับการผ่าตัดกระดูกสันหลัง คืออะไร?

การผ่าตัดกระดูกสันหลังในความคิดของคนทั่วไปมักหมายถึงการยึดกระดูกให้ติดกัน เหมือนการ "เชื่อม" กระดูกสองชิ้นให้กลายเป็นชิ้นเดียว ไม่ขยับ ไม่เคลื่อน ตลอดชีวิต

แต่ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา มีอีกทางเลือกหนึ่งที่ได้รับการรับรองและมีผลการรักษาที่ดีในระยะยาว นั่นคือการเปลี่ยนหมอนรองกระดูกด้วยข้อต่อเทียม ซึ่งช่วยให้กระดูกสันหลังยังขยับได้ตามธรรมชาติ

ไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะ แต่สำหรับคนที่ใช่ วิธีนี้อาจเปลี่ยนแนวทางการรักษาได้อย่างสิ้นเชิง

เรื่องของผู้ป่วย — จากที่กลัวการผ่าตัด ถึงวันที่กลับมาปั่นจักรยานได้อีกครั้ง

กาลครั้งหนึ่ง ผู้ป่วยเป็นคนที่มีชีวิตชีวา ชอบปั่นจักรยานในช่วงเช้า เดินทางทำธุรกิจทุกสัปดาห์ ชีวิตดำเนินไปได้ดี

ทุกวัน เขาตื่นมาพร้อมกับความเจ็บปวดที่หลังส่วนล่าง ยิ่งนั่งรถนาน ยิ่งปวดมากขึ้น จนต้องหยุดพักระหว่างทาง การปั่นจักรยานที่เคยทำทุกเช้าหายไปนานกว่าหนึ่งปี

จนกระทั่งวันหนึ่ง หลังจากทำกายภาพบำบัดและรับยามานานกว่าหนึ่งปีครึ่ง หมอบอกว่าถึงเวลาต้องผ่าตัด และคำที่เขาได้ยินคือ "ยึดกระดูกสันหลัง"

เพราะเหตุนั้น เขาจึงถามหมอว่ายังมีทางเลือกอื่นอีกไหม คำถามง่ายๆ นั้นเปิดประตูไปสู่การพูดคุยเรื่องการเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียม

เพราะเหตุนั้น เขาจึงได้รับการตรวจประเมินละเอียด พบว่าตัวเองเหมาะสมกับวิธีนี้ ทั้งอายุ ความหนาแน่นของกระดูก และสภาพข้อต่อกระดูกสันหลังที่ยังดีอยู่

จนในที่สุด เขาตัดสินใจผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียม ด้วยความเข้าใจที่ชัดเจนว่าทำไมวิธีนี้จึงเหมาะกับเขา

และตั้งแต่นั้นมา ปิ่นกลับมาปั่นจักรยานได้อีกครั้งหลังฟื้นตัว กระดูกสันหลังยังขยับได้ตามธรรมชาติ และเขาไม่ต้องกังวลว่าหมอนรองกระดูกในระดับที่อยู่ติดกันจะรับภาระเพิ่มขึ้น

ทำไมหมอนรองกระดูกถึงเสื่อม และเกิดอะไรขึ้นในร่างกาย?

หลายคนมักถามว่าทำไมถึงปวดหลัง ทั้งที่ไม่ได้ประสบอุบัติเหตุหรือหกล้มอะไร

คำตอบอยู่ที่หมอนรองกระดูก ซึ่งทำหน้าที่เหมือน "ตัวรองรับแรงกระแทก" ระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละชิ้น เปรียบได้กับโช้คอัพในรถยนต์ที่รองรับความสั่นสะเทือนทุกก้าวที่เราเดิน

เมื่ออายุมากขึ้น หรือใช้งานหนักมาเป็นเวลานาน หมอนรองกระดูกเริ่มสูญเสียความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่น มันบางลง แข็งขึ้น และไม่สามารถกระจายแรงได้ดีเหมือนเดิม เหมือนโช้คอัพที่หมดอายุ ยางแข็ง กันสะเทือนไม่ได้

เมื่อหมอนรองกระดูกเสื่อม กระดูกสันหลังสองชิ้นที่อยู่ด้านบนและล่างเริ่มรับแรงกระแทกกันโดยตรง ทำให้เกิดการอักเสบ และความเจ็บปวดที่ส่งออกไปตามเส้นประสาท บางครั้งร้าวลงขา

ที่น่าสังเกตคือความเจ็บปวดจากหมอนรองกระดูกเสื่อมมักเป็นมากขึ้นเมื่อนั่งหรือยืนนานๆ และดีขึ้นเมื่อเดินหรือนอนราบ นี่คือลักษณะที่แพทย์ใช้แยกแยะว่าปวดหลังชนิดนี้มาจากหมอนรองกระดูก ไม่ใช่จากกล้ามเนื้อหรือส่วนอื่น

สิ่งที่หลายคนยังไม่รู้คือ เมื่อเราทำการยึดกระดูกสันหลังให้ติดกัน ระดับกระดูกสันหลังที่อยู่ใกล้เคียงจะต้องรับภาระเพิ่มขึ้น และอาจเสื่อมเร็วขึ้นตามไปด้วย นี่คือสิ่งที่การเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียมพยายามแก้ปัญหา โดยรักษาการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติไว้

การเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียมคืออะไร?

การเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียม (Artificial Disc Replacement) คือการนำหมอนรองกระดูกที่เสื่อมออก แล้วใส่ข้อต่อเทียมที่ทำจากโลหะและพลาสติกคุณภาพสูงเข้าไปแทน

ข้อต่อเทียมได้รับการออกแบบให้ทำงานเหมือนหมอนรองกระดูกธรรมชาติ คือรองรับแรงกระแทก และอนุญาตให้กระดูกสันหลังงอ เอียง และหมุนได้ตามปกติ

อุปกรณ์ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกาสำหรับกระดูกสันหลังส่วนเอว ได้แก่ Charité (รับรองปี 2547) และ ProDisc-L (รับรองปี 2549) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีข้อมูลการติดตามผลยาวนานที่สุด

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจ คือวิธีนี้ไม่เหมาะกับทุกคน และต้องได้รับการประเมินอย่างละเอียดก่อน

ใครที่มีความเสี่ยงต่อหมอนรองกระดูกเสื่อม?

• ผู้ที่มีอายุระหว่าง 35 ถึง 55 ปี ช่วงวัยที่หมอนรองกระดูกเริ่มสูญเสียความชุ่มชื้น • ผู้ที่ทำงานนั่งโต๊ะหรือขับรถเป็นเวลานานทุกวัน • ผู้ที่ยกของหนักซ้ำๆ หรือมีท่าทางการทำงานที่ไม่เหมาะสม • ผู้ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งเพิ่มแรงกดบนกระดูกสันหลัง • ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคกระดูกสันหลังเสื่อมเช่นเดียวกัน

หมอประเมินว่าเหมาะกับวิธีนี้อย่างไร?

การประเมินว่าผู้ป่วยเหมาะกับการเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียมหรือไม่ ต้องผ่านขั้นตอนที่ละเอียดรอบคอบ

เริ่มจากการซักประวัติ ว่าปวดหลังมานานแค่ไหน ลักษณะความเจ็บปวดเป็นอย่างไร รักษาด้วยวิธีอะไรมาแล้วบ้าง และยังไม่ดีขึ้นหลังจากรักษาแบบอนุรักษ์นิยมมาอย่างน้อย 6 เดือน

ตรวจร่างกาย ดูระยะการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลัง ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และตรวจสอบว่ามีเส้นประสาทถูกกดทับหรือเปล่า

การถ่ายภาพรังสี (เอกซเรย์) ช่วยให้เห็นโครงสร้างกระดูกสันหลัง ความสูงของช่องหมอนรองกระดูก และสภาพข้อต่อกระดูกสันหลังส่วนหลัง

การสแกนด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ให้รายละเอียดของหมอนรองกระดูก เส้นประสาท และเนื้อเยื่ออ่อนรอบข้าง ซึ่งสำคัญมากในการวางแผน

นอกจากนี้อาจต้องตรวจความหนาแน่นของกระดูก เพื่อให้แน่ใจว่ากระดูกแข็งแรงพอที่จะรองรับข้อต่อเทียม

มีทางเลือกรักษาอะไรบ้าง และเมื่อไหร่ที่การผ่าตัดคือคำตอบที่ถูกต้อง?

การรักษาปวดหลังจากหมอนรองกระดูกเสื่อมเริ่มจากวิธีที่เบาที่สุดก่อนเสมอ

การรักษาแบบอนุรักษ์นิยม ได้แก่ การทำกายภาพบำบัด การออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบกระดูกสันหลัง การใช้ยาลดการอักเสบ และการฉีดยาสเตียรอยด์ สำหรับผู้ป่วยหลายรายสามารถควบคุมอาการได้ดีด้วยวิธีเหล่านี้และไม่จำเป็นต้องผ่าตัด

เมื่อรักษาแบบอนุรักษ์นิยมมาครบ 6 เดือนแล้วยังไม่ดีขึ้น หรืออาการส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ การผ่าตัดจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสม

สำหรับการผ่าตัด มีสองวิธีหลัก ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อบ่งชี้เฉพาะของตัวเอง

การยึดกระดูกสันหลัง (Spinal Fusion) เป็นการทำให้กระดูกสองชิ้นติดกันถาวร เหมาะกับผู้ที่มีข้อต่อกระดูกสันหลังเสื่อมร่วมด้วย มีกระดูกสันหลังเคลื่อนมากกว่าระดับ 1 มีกระดูกพรุน หรือมีปัญหาหลายระดับ กรณีเหล่านี้การยึดกระดูกสันหลังคือคำตอบที่ถูกต้องและปลอดภัยกว่า

การเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียม (Artificial Disc Replacement) เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่อายุต่ำกว่า 60 ปี มีหมอนรองกระดูกเสื่อมระดับเดียว ข้อต่อกระดูกสันหลังส่วนหลังยังอยู่ในสภาพดี กระดูกมีความหนาแน่นปกติ และไม่มีกระดูกสันหลังเคลื่อนมากกว่าระดับ 1

การตัดสินใจเลือกวิธีใดขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน ซึ่งต้องประเมินร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกสันหลังโดยตรง

ผลการรักษาในระยะยาวเป็นอย่างไร?

ข้อมูลจากงานวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าในผู้ป่วยที่ได้รับการคัดเลือกมาอย่างเหมาะสม การเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียมให้ผลการรักษาเทียบเท่ากับการยึดกระดูกสันหลังในระยะ 5 ถึง 7 ปี ทั้งในด้านความเจ็บปวดและการทำงานในชีวิตประจำวัน

การศึกษาติดตามผลระยะยาวชิ้นหนึ่งพบว่าผู้ป่วยที่เปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียมมีความเจ็บปวดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และประมาณ 74 เปอร์เซ็นต์สามารถกลับไปทำงานตามเดิมได้

ข้อดีที่โดดเด่นคือการรักษาการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติของกระดูกสันหลัง ซึ่งอาจช่วยลดโอกาสที่หมอนรองกระดูกในระดับใกล้เคียงจะเสื่อมเร็วขึ้น เมื่อเทียบกับการยึดกระดูกสันหลัง

มีความเสี่ยงหรือภาวะแทรกซ้อนอะไรบ้างที่ต้องรู้?

เช่นเดียวกับการผ่าตัดทุกประเภท การเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียมมีความเสี่ยงที่ต้องรับทราบ

• ความเสี่ยงจากการเข้าถึงกระดูกสันหลังจากด้านหน้าของลำตัว เช่น การบาดเจ็บของหลอดเลือดหรืออวัยวะรอบข้างในช่องท้อง ซึ่งพบได้น้อยแต่ต้องระวัง • การอักเสบหรือการติดเชื้อหลังผ่าตัด • การเคลื่อนหรือการสึกหรอของข้อต่อเทียมในระยะยาว • ในกรณีที่ต้องนำข้อต่อเทียมออกในภายหลัง การผ่าตัดซ้ำมีความซับซ้อนสูง เพราะบริเวณหลอดเลือดขนาดใหญ่มักมีพังผืดเกาะจากการผ่าตัดครั้งแรก

นี่คือสาเหตุที่การคัดเลือกผู้ป่วยและการประเมินอย่างละเอียดก่อนการผ่าตัดมีความสำคัญมาก

จะดูแลตัวเองและลดความเสี่ยงหมอนรองกระดูกเสื่อมได้อย่างไร?

• ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เพราะน้ำหนักที่มากเกินไปเพิ่มแรงกดบนกระดูกสันหลังอย่างมีนัยสำคัญ • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยเน้นกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscles) ซึ่งทำหน้าที่รองรับและรักษาเสถียรภาพของกระดูกสันหลัง • ปรับท่าทางในการนั่งและยืน โดยเฉพาะเมื่อทำงานกับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน • เลือกที่นอนที่รองรับแนวกระดูกสันหลังได้ดี • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ซึ่งลดการไหลเวียนของเลือดไปยังหมอนรองกระดูก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียม

ถาม: ทุกคนที่ปวดหลังจากหมอนรองกระดูกเสื่อมต้องผ่าตัดไหม? ตอบ: ไม่เสมอไป ในหลายกรณีสามารถควบคุมอาการได้ด้วยการทำกายภาพบำบัด การออกกำลังกาย และการรักษาแบบอนุรักษ์นิยม การผ่าตัดเป็นทางเลือกเมื่อการรักษาแบบอนุรักษ์นิยมไม่ได้ผลหลังจาก 6 เดือน หรืออาการส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ

ถาม: ความแตกต่างระหว่างการเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียมกับการยึดกระดูกสันหลังคืออะไร? ตอบ: การยึดกระดูกสันหลังทำให้กระดูกสองชิ้นติดกันถาวร กระดูกสันหลังในระดับนั้นจะไม่ขยับอีก ส่วนการเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียมแทนที่หมอนรองกระดูกที่เสื่อมด้วยข้อต่อเทียม ช่วยให้กระดูกสันหลังยังขยับได้ตามธรรมชาติ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะกับวิธีนี้

ถาม: ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับการเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียม? ตอบ: ผู้ที่ไม่เหมาะ ได้แก่ ผู้ที่อายุมากกว่า 60 ปี มีกระดูกพรุน มีข้อต่อกระดูกสันหลังเสื่อมอย่างมีนัยสำคัญ มีกระดูกสันหลังเคลื่อนมากกว่าระดับ 1 หรือน้ำหนักเกินมาก ในกรณีเหล่านี้การยึดกระดูกสันหลังมักเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า

ถาม: การฟื้นตัวหลังผ่าตัดใช้เวลานานแค่ไหน? ตอบ: โดยทั่วไปผู้ป่วยสามารถลุกเดินได้ในวันถัดไปหลังผ่าตัด และกลับบ้านได้ภายในไม่กี่วัน ระยะเวลาฟื้นตัวสมบูรณ์อาจแตกต่างกันตามแต่ละบุคคล แต่หลายรายสามารถกลับทำกิจกรรมปกติได้ภายใน 6 สัปดาห์ถึง 3 เดือน

ถ้ามีคนในครอบครัวหรือเพื่อนที่กำลังเผชิญกับปัญหาปวดหลังเรื้อรังและกำลังลังเลเรื่องการผ่าตัด แชร์บทความนี้ให้เขาอ่านได้เลยครับ

สิ่งที่ควรจำไว้ 5 ข้อ

• การเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียมเป็นทางเลือกที่ได้รับการรับรองทางการแพทย์ มีข้อมูลการติดตามผลมากกว่า 20 ปี • ผลการรักษาในระยะ 5 ถึง 7 ปีเทียบเท่ากับการยึดกระดูกสันหลัง ในผู้ป่วยที่คัดเลือกมาอย่างเหมาะสม • ไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะ การประเมินอย่างละเอียดโดยผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งสำคัญที่สุด • การรักษาแบบอนุรักษ์นิยมควรลองก่อนเสมอ การผ่าตัดเป็นทางเลือกเมื่อจำเป็นและเหมาะสม • ถ้าคุณกำลังเผชิญกับปัญหานี้ การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญกระดูกสันหลังจะช่วยให้คุณรู้ว่าทางใดเหมาะกับตัวคุณที่สุด

ความเจ็บปวดที่หลังไม่ควรจำกัดสิ่งที่คุณรักในชีวิต ทางเลือกในการรักษามีมากกว่าที่หลายคนคิด และสิ่งสำคัญที่สุดคือการรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อให้คุณและผู้เชี่ยวชาญสามารถเลือกทางที่ดีที่สุดสำหรับคุณโดยเฉพาะ

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียมและทางเลือกรักษาปวดหลัง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล อาการและความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับตัวคุณ

ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ Line ID @doctorkeng

เพิ่มเพื่อน Line https://lin.ee/swOi91Q โทร 081-5303666



📖 อ่านคู่มือโรคฉบับเต็มได้ที่ ปวดหลังจากหมอนรองกระดูกเสื่อม ไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัดยึดกระดูกสันหลังเสมอไป