ปวดคอ

การปวดคออาจไม่ได้มีสาเหตุมาจากโรคพื้นเดิม ตัวอย่างเช่น การยืดคอเป็นเวลานาน (เงยขึ้นหรือก้มลง) การนอนในท่าที่ไม่สบาย ความเครียด หรือการสวมสร้อยคอหนักๆ

ปวดคอ กระดูกคอเสื่อม... ทำไมหาหมอแล้วไม่ได้ "วิตามินดี" มาทาน?
ปวดคอ กระดูกคอเสื่อม... ทำไมหาหมอแล้วไม่ได้ "วิตามินดี" มาทาน?

ปวดคอ กระดูกคอเสื่อม... ทำไมหาหมอแล้วไม่ได้ "วิตามินดี" มาทาน? “คุณหมอครับ เพื่อนผมกระดูกพรุน หมอให้วิตามินดีมากิน แต่ทำไมผมปวดคอ หมอบอกว่ากระดูกคอเสื่อม แต่กลับได้แค่ยาแก้ปวดกับยาลดอักเสบ วิตามินดีมันไม่ช่วยเรื่องกระดูกเสื่อมเหรอครับ?” นี่คือข้อสงสัยของคุณมานพ (นามสมมติ) วัย 55 ปี ที่เริ่มมีอาการปวดคอเรื้อรังและร้าวลงบ่ามาสักพัก หลายคนมักเข้าใจผิดว่า "โรคกระดูกทุกอย่าง" ต้องรักษาด้วยแคลเซียมหรือวิตามินดี แต่ในความเป็นจริง กระดูกคอเสื่อม กับ กระดูกพรุน คือหนังคนละม้วน และมีการรักษาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ เรื่องเล่าจากหน้าตรวจ: ปวดคอของคนวัยเก๋า คุณมานพทำงานธนาคาร นั่งก้มหน้าดูเอกสารและหน้าจอคอมพิวเตอร์มาค่อนชีวิต เริ่มมีอาการปวดตื้อๆ ที่ท้ายทอย บางครั้งปวดลามไปถึงสะบัก พอนอนพักก็ดีขึ้น แต่พอไปนวดบีบเค้นแรงๆ อาการกลับแย่ลง จนสุดท้ายตัดสินใจมาพบหมอเพราะกลัวว่ากระดูกจะผุหรือพรุน หลังจากหมอตรวจร่างกายและดูฟิล์มเอกซเรย์ พบว่ากระดูกคอของคุณมานพมี "แง่งกระดูก" งอกออกมา และช่องระหว่างข้อต่อแคบลง ซึ่งเป็นสัญญาณของ กระดูกคอเสื่อม ไม่ใช่กระดูกพรุนที่ต้องเน้นการเติมวิตามินดีเป็นหลักนั่นเอง กระดูกคอเสื่อม vs กระดูกพรุน: ต่างกันอย่างไร? เพื่อให้เข้าใจง่าย หมอขอเปรียบเทียบแบบนี้ครับ: • กระดูกคอเสื่อม (Cervical Spondylosis): เปรียบเหมือน "ยางรถยนต์ที่สึก" หรือข้อต่อที่ใช้งานมานานจนกระดูกอ่อนผิวข้อบางลง มีกระดูกงอกไปสะกิดเส้นประสาท • กระดูกพรุน (Osteoporosis): เปรียบเหมือน "เนื้อไม้ที่ถูกปลวกกิน" จนข้างในกลวงและเปราะหักง่าย ซึ่งกรณีนี้วิตามินดีและแคลเซียมจะมีบทบาทสำคัญมากในการสร้างเนื้อกระดูก ดังนั้น ในเคสกระดูกคอเสื่อม ปัญหาหลักคือ "โครงสร้างข้อต่อและความมั่นคง" ไม่ใช่ "ความหนาแน่นของเนื้อกระดูก" หมอจึงเน้นยาที่ลดการอักเสบและปรับพฤติกรรมมากกว่าการให้วิตามินดีครับ ความรู้พื้นฐานของโรคกระดูกคอเสื่อม (Cervical Spondylosis) โรคกระดูกคอเสื่อมเกิดจากการเปลี่ยนแปลงตามวัยและการใช้งานของหมอนรองกระดูกและข้อต่อกระดูกสันหลังส่วนคอ • สาเหตุ: อายุที่มากขึ้น การใช้งานลำคอในท่าเดิมนานๆ (เช่น เล่นมือถือ ก้มดูจอคอมพ์) หรือการบาดเจ็บในอดีต • การเกิดโรค: หมอนรองกระดูกสูญเสียน้ำและความยืดหยุ่น ทำให้กระดูกสันหลังแต่ละข้อขยับเบียดกันจนร่างกายสร้างกระดูกงอกมาเกาะเพื่อเพิ่มความมั่นคง แต่กระดูกงอกนี้มักไปกดเบียดเส้นประสาท • อาการ: ปวดคอ คอแข็ง ขยับลำบาก หากกดทับเส้นประสาทจะมีอาการปวดร้าวลงแขน ชามือ หรือแขนอ่อนแรง 5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้คอเสื่อมเร็ว 1. อายุ: เริ่มพบได้บ่อยตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป 2. พฤติกรรม: การก้มหน้าเล่นมือถือ (Text Neck) นานๆ 3. อาชีพ: งานที่ต้องแหงนหน้าหรือก้มหน้าตลอดเวลา 4. พันธุกรรม: บางครอบครัวมีโครงสร้างกระดูกที่เสื่อมง่ายกว่าปกติ 5. การสูบบุหรี่: ส่งผลให้หมอนรองกระดูกเสื่อมสภาพเร็วขึ้น การตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ • การตรวจร่างกาย: ทดสอบช่วงการขยับของคอ และตรวจแรงกล้ามเนื้อแขน • เอกซเรย์ (X-ray): ดูช่องว่างระหว่างข้อและแง่งกระดูกงอก • MRI: ในกรณีที่หมอสงสัยว่ามีการกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลังอย่างรุนแรง แนวทางการรักษา (ทำไมถึงไม่ได้วิตามินดี?) การรักษาเน้นไปที่การลดความปวดและป้องกันไม่ให้เส้นประสาทถูกทำลาย: 1. ปรับพฤติกรรม: ปรับระดับหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตา ไม่ก้มหน้าทำงานนานๆ 2. กายภาพบำบัด: การดึงคอ (Traction) เพื่อเพิ่มช่องว่างให้เส้นประสาท และการออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อคอ 3. การใช้ยา: ใช้ยาต้านอักเสบ (NSAIDs) ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยาบำรุงปลายเส้นประสาท 4. การฉีดยา: หากปวดมาก อาจใช้การฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุดโดยใช้เครื่อง Ultrasound ช่วยระบุตำแหน่งเพื่อความแม่นยำ 5. การผ่าตัด: จะทำต่อเมื่อมีการกดทับไขสันหลังจนเดินลำบาก หรือแขนอ่อนแรงจนใช้ชีวิตไม่ได้เท่านั้น พยากรณ์โรค: หายไหม? กลับมาเป็นอีกหรือไม่? โรคเสื่อมเป็นไปตามธรรมชาติครับ ไม่หายขาด แต่ ควบคุมได้ หากรักษาถูกวิธีและปรับพฤติกรรม อาการปวดจะหายไปและสามารถใช้ชีวิตได้ปกติ แต่หากกลับไปใช้คอผิดวิธี อาการปวดก็สามารถกลับมาใหม่ได้เสมอ ภาวะแทรกซ้อนที่น่ากลัว • เส้นประสาทถูกกดทับ: ทำให้ปวดร้าว ชา และกล้ามเนื้อแขนลีบ • ไขสันหลังถูกกดทับ: อาจทำให้เสียการทรงตัว เดินเซ หรือคุมการขับถ่ายไม่ได้ ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉิน 5 วิธีป้องกันคอเสื่อมก่อนวัย • เปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ ทุก 30-40 นาที • ปรับโต๊ะทำงานให้เหมาะสม หลังตรง คอตั้งตรง • งดการหนุนหมอนสูงเกินไป หรือหมอนที่นิ่มจนไม่รองรับคอ • ออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อรอบคอและสะบักให้แข็งแรง • หลีกเลี่ยงการแบกของหนักด้วยบ่าหรือไหล่ข้างเดียวนานๆ Q&A Section Q: สรุปว่าวิตามินดีไม่ต้องกินเลยใช่ไหม? หมอเก่ง: หากคุณมีภาวะกระดูกพรุนร่วมด้วย วิตามินดีจำเป็นครับ แต่ถ้าปวดคอจากกระดูกเสื่อมเพียงอย่างเดียว การทานวิตามินดี "ไม่ได้ช่วยลดการเสื่อมของข้อต่อ" หรือลดอาการปวดคอโดยตรงครับ Q: ทานแคลเซียมทดแทนยาแก้ปวดได้ไหม? หมอเก่ง: ไม่ได้ครับ แคลเซียมใช้สร้างความแข็งของเนื้อกระดูก แต่ยาแก้ปวดใช้ลดการอักเสบของข้อต่อและเส้นประสาทที่ถูกกดทับครับ Q: ปวดคอแบบไหนที่ควรมาหาหมอทันที? หมอเก่ง: ปวดจนร้าวลงแขน, แขนมีอาการอ่อนแรง, หรือหยิบของเล็กๆ อย่างกระดุมเสื้อไม่ได้ครับ สรุป • กระดูกคอเสื่อมคือโรคของข้อต่อและการใช้งาน ไม่ใช่โรคของเนื้อกระดูกบาง • วิตามินดีไม่ใช่ยาหลักในการรักษาอาการปวดจากกระดูกคอเสื่อม • การปรับท่าทาง (Posture) คือหัวใจสำคัญของการรักษา • ส่วนใหญ่อาการดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด • หากมีอาการชาหรืออ่อนแรง ควรพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจหาตำแหน่งที่ถูกกดทับ บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666 #ปวดคอ #กระดูกคอเสื่อม #กระดูกพรุน #วิตามินดี #ออฟฟิศซินโดรม #ชามือ #ปวดหลัง #หมอเก่งกระดูกและข้อ #กายภาพบำบัด #รักษาโดยไม่ผ่าตัด #CervicalSpondylosis #NeckPain #OfficeSyndrome #Orthopedics #HealthTips References 1. สมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย. แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับการรักษาเกาต์ และ กรดยูริกในเลือดสูง พ.ศ. 2569. กรุงเทพฯ: สมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย; 2569. (ใช้อ้างอิงหลักการพื้นฐานของการบริหารยาและการดูแลผู้ป่วยโรคข้ออักเสบในบริบทประเทศไทย) 2. Binder AI. Cervical spondylosis and neck pain. BMJ. 2007;334(7592):527-31. (บทความอธิบายกลไกของโรคกระดูกคอเสื่อมและแนวทางการวินิจฉัยแยกโรคจากอาการปวดคอ) 3. Theodore N. Degenerative Cervical Spondylosis. N Engl J Med. 2020;383(2):159-168. (ข้อมูลปัจจุบันเกี่ยวกับการดำเนินโรคของกระดูกคอเสื่อมและการเลือกใช้วิธีรักษาที่เหมาะสม) 4. McCormack BM, Weinstein PR. Cervical spondylosis. An update. West J Med. 1996;164(4):327-35. (การทบทวนปัจจัยเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของกระดูกคอเมื่อมีภาวะเสื่อม) 5. Childress MA, Becker BA. Nonoperative Management of Cervical Radiculopathy. Am Fam Physician. 2016;93(9):746-54. (แนวทางการรักษาแบบไม่ผ่าตัดและการใช้ยาในผู้ป่วยที่มีภาวะรากประสาทคอถูกกดทับจากโรคเสื่อม)

ปวดต้นคอ หมอนรองกระดูกเสื่อม

ปัจจุบันประชาชนมักจะมีอาการปวดบริเวณต้นคอเพิ่มมากขึ้นซึ่งมีสาเหตุจากการพัฒนาเทคโนโลยี การใช้คอมพิวเตอร์ การใช้โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้น ผู้ใช้งานก้มคอใช้อุปกรณ์เหล่านี้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน จึงทำให้เกิดปัญหาปวดเมื่อยบริเวณต้นคอและกล้ามเนื้อบริเวณบ่า และสาเหตุอีกอย่างคือประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุทำให้ประชากรมีอายุเพิ่มมากขึ้น เกิดปัญหาของโรคข้อเสื่อมและหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมเพิ่มขึ้น จึงทำให้พบปัญหาอาการปวดคอเพิ่มมากขึ้น  ท่านผู้อ่านคงเคยมีประสบการณ์อาการปวดบริเวณต้นคอบ้าง บางครั้งอาจจะมีอาการปวดต้นคอเวลาตื่นนอนตอนเช้าไม่สามารถหมุนศีรษะได้ มีอาการปวดตั้งแต่บริเวณต้นคอ ท้ายทอยลงบริเวณบ่า  สะบัก ปวดร้าวลงบริเวณหัวไหล่และต้นแขน อาจจะมีอาการชาร้าวลงมือร่วมด้วย  บางครั้งไปนอนสระผมที่ร้านทำผม พอลุกขึ้นมาก็จะรู้สึกมีอาการปวดต้นคอ